ผู้เขียน หัวข้อ: ไบโอแก๊ส พลังงาน จาก "ขี้หมู"  (อ่าน 994 ครั้ง)

ออฟไลน์ กอหญ้า

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
ไบโอแก๊ส พลังงาน จาก "ขี้หมู"
« เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2012, 07:30:53 am »
        เพราะยุคนี้เป็น “ยุคพลังงานแพง” ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน แก๊ส อีกทั้งยังเป็น “ยุคโลกร้อน” สภาวะแวดล้อมทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย กำลังย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ดังนั้น การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า-อย่างประหยัด การใช้พลังงานทดแทน-พลังงานจากเศษสิ่งต่าง ๆ ที่แปรเป็นพลังงาน รวมถึงการใช้พลังงานในรูปแบบที่ช่วยลดมลพิษได้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อเป็นการประหยัด เพื่อเศรษฐกิจชาติ และเพื่อสิ่งแวดล้อม
“ไบโอแก๊สจากขี้หมู” ยุคนี้ก็ “มิใช่สิ่งที่น่าขำ” เพราะช่วยประหยัด-ช่วยในด้านสิ่งแวดล้อมได้ !!
          เมื่อเร็ว ๆ นี้ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ส่งทีมร่วมคณะสื่อไปดูการนำมูลสุกรหรือขี้หมูมาทำเป็นไบโอแก๊สหรือ “แก๊สชีวภาพ” และ “ผลิตกระแสไฟฟ้า” ที่ฟาร์มแห่งหนึ่งที่ จ.กาญจนบุรี โดยเป็นโครงการของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ซึ่งแม้จะเป็นโครงการของเอกชนที่ทำเอง-ใช้เอง ก็ถือว่าน่าสนใจ การใช้ขี้หมูจากในฟาร์มทำเป็นแก๊สชีวภาพผลิตไฟฟ้าใช้ในฟาร์มนี้ สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าลงไปได้ถึง 30% ต่อเดือน หรือคิดเป็นตัวเงินแล้วก็ประหยัดไปได้ถึงเดือนละประมาณ 220,000 บาท
 ไบโอแก๊ส-แก๊สชีวภาพจากขี้หมู ก็ถือว่าเป็น “พลังงานทาง เลือก” อีกรูปแบบที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งนี้ แก๊สชีวภาพหรือไบโอแก๊สเป็นแก๊สที่เกิดขึ้นจากกระบวนการย่อยสลายสารอินทรียวัตถุ ในกระบวนการ ย่อยสลายโดยไม่ต้องอาศัยออกซิเจนจะเกิดแก๊สชีวภาพขึ้น และในแก๊สชีวภาพนี้ก็ประกอบด้วย ก๊าซมีเทน (CH4), คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) และก๊าซไนโตรเจน (N2) ซึ่งคุณสมบัติของก๊าซมีเทนนั้นเป็นก๊าซที่ติดไฟได้ ดังนั้น “แก๊สชีวภาพ” ที่มีมีเทนอยู่เป็นจำนวนมากจึงสามารถใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ สามารถใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้
สมควร ชูวรรธนะปกณ์ รองผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ บอกว่า... ทางบริษัทได้ทำการศึกษาระบบบ่อหมักไบโอแก๊สหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในฟาร์มสุกรขนาดต่าง ๆ กัน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะฟาร์มของบริษัทเท่านั้น แต่รวมถึงฟาร์มของเกษตรกรด้วย โดยมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการเลี้ยงสุกรกับทางบริษัท สร้างระบบบำบัดมูลสุกรในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากระบบไบโอแก๊ส

       “บ่อหมักไบโอแก๊สไม่เพียงให้แก๊สมาเป็นพลังงานทดแทน แต่ยังมีกากมูลสุกรเพื่อใช้ทำเป็นปุ๋ยปรับปรุงดิน รวมทั้งน้ำที่ผ่านการบำบัดยังสามารถหมุนเวียนมาใช้ในแปลงเกษตรได้ด้วย”
ในฟาร์มเลี้ยงสุกรแต่ละแห่งนั้น แต่ละวันจะมีมูลสุกรเป็นจำนวนมาก ทำให้มีปัญหาเรื่องส่งกลิ่นเหม็นและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน นอกจากจะสร้างความรำคาญต่อชุมชนแล้วยังสร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อม โดยในขี้หมูนั้นมีก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ผสมอยู่ ซึ่งก๊าซทั้ง 2 ชนิดเป็นอันตรายต่อชั้นบรรยากาศ แต่เมื่อมีการคิดค้นหาวิธีจัดการกับมูลสุกร และศึกษาการนำมูลสุกรมาเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนคือไบโอแก๊ส เพื่อใช้ผลิตเป็นไฟฟ้าใช้ภายในฟาร์ม ก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านกระแสไฟฟ้า และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย
สำหรับรูปแบบของบ่อหมักมูลสุกรที่ใช้ผลิตไบโอแก๊ส ที่ฟาร์ม แห่งนี้ทำในระบบบ่อหมักแบบพลาสติกคลุมบ่อ หรือระบบ Cover Lagoon “เป็นบ่อหมักปิดสนิท ไม่มีปัญหากลิ่นเหม็นและแมลงวัน ซึ่งการทำลงทุนไม่สูง ใช้เวลาสร้างไม่นาน” แค่นำพลาสติกมาคลุมบ่อหมักที่ทุกฟาร์มจะต้องมีกันอยู่แล้ว โดยบ่อหมักแบบนี้จะใช้ระยะเวลาในการหมักให้เกิดแก๊สประมาณ 10-20 วัน จากนั้นแก๊สที่เกิดขึ้นมาจะถูกส่งผ่านไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือ Generator เพื่อผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าไปใช้ในฟาร์มต่อไป
กับฟาร์มที่กาญจนบุรียังได้พัฒนาบ่อหมักให้มีระบบชักกากได้ด้วย ทำให้สามารถชักเอากากตะกอนในบ่อหมักออกมาได้ ช่วยแก้ปัญหากาก ตะกอนเต็มเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปิดพลาสติกเพื่อขุดกากออก

       “กากที่ได้จากระบบจะมีไนโตรเจน 3.67%, ฟอสฟอรัส 4.63%, โพแทสเซียม 0.38%, แคลเซียม 8.23%, แมกนีเซียม 1.53% และโซ เดียม 0.21% เหมาะที่จะนำไปเป็นอาหารให้กับพืช และน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบนี้จะเป็นน้ำที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์กรมควบคุมมลพิษด้วย” ... รองผู้จัดการบริหารซีพีเอฟระบุ
ด้าน วิโรจน์ ใจบุญมา ผู้จัดการฝ่ายผลิตกิจการสุกรพันธุ์ 3 ก็เสริมว่า... การทำให้เกิดไบโอแก๊สนั้น เกิดได้เพราะน้ำเสียที่อยู่ในบ่อหมักจะเป็นตัวที่มีโปรตีน ทำให้เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในบ่อได้กินเป็นอาหาร ก็จะทำให้เกิดเป็นแก๊สขึ้นมา โดยบ่อบำบัดของที่ฟาร์มมีอยู่ 2 บ่อ มีขนาดกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร และลึก 5 เมตร มีเครื่องปั่นไฟ 3 เครื่อง ขนาด 109 กิโลวัตต์ 1 เครื่อง และขนาด 70 กิโลวัตต์ 2 เครื่อง
“สามารถผลิตไฟฟ้าจากไบโอแก๊สได้ 80,000 กิโลวัตต์ ต่อ 1 วัน” ...วิโรจน์กล่าว และยังบอกด้วยว่า... สำหรับฟาร์มของเกษตรกรก็สามารถทำระบบแบบนี้ได้เลย เพราะทุกฟาร์มจะต้องมีบ่อเก็บมูลสุกรอยู่แล้ว “แค่ลงทุนค่าพลาสติกที่ใช้คลุมบ่อ และค่าเครื่องปั่นไฟ ค่าใช้จ่ายในการทำประมาณ 200,000-300,000 บาท ฟาร์มทั่วไปถ้าทำระบบแบบนี้ก็จะช่วยลดค่าไฟฟ้าในฟาร์มได้ถึง 30-50% เลยทีเดียว”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 17, 2012, 03:05:29 pm โดย ทีมงานยางพันธุ์แท้ »